ติดตาม ความเคลื่อนไหวทั่วไปของไทยแลนด์ ในยุค 4.0 ได้ที่นี่

  • This is default featured slide 1 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 2 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 3 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 4 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 5 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

งานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องปาปี้ เอทีบริษัทในเครือไทยซิน กรุ๊ป จับมือสตาร์ แคนเนอรี่ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องแบรนด์ ปาปี้


คุณสุรไกร ไพรสานฑ์กุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทในเครือไทยซิน กรุ๊ป และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอที คอสเมติค (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า เครือไทยซิน กรุ๊ป เป็นบริษัทเทรดดิ้งแถวหน้าของเมืองไทยที่มีอายุกว่า 70 ปี เป็นผู้นำเข้าและบุกเบิกแบรนด์ชั้นนำทั้งจากญี่ปุ่นและยุโรปมากมาย ล่าสุดในไตรมาส3 ปี2563 มีการเปิดตัว Business Unitใหม่ ซึ่งถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่หลังจากที่เครือไทยซิน กรุ๊ป เราวางแผนล่วงหน้ากันมาระยะหนึ่ง ภายใต้การนำของผมซึ่งเป็นทายาทเจเนอเรชั่น 3 เครือไทยซิน
กรุ๊ปเรามีธุรกิจกลุ่มภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นมาหลายสิบปีแล้วซึ่งจับกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางถึงสูง ซึ่งปัจจุบันเรามี Brand อะคิโยชิ 6 สาขาเป็นหลักและยังมี Brand ใหม่ๆเข้ามาเสริมตลอดแต่ก็ยังเป็นกลุ่มธุรกิจภัตตาคาร เรายังขาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสำเร็จรูปซึ่งสามารถทำตลาดได้กว้างกว่า เข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เหมาะกับการค้าในยุคไร้พรมแดนอย่างยุค AEC ซึ่งเราได้วางนโยบายให้เครือไทยซิน กรุ๊ป ต้องเป็นเทรดดิ้งที่มี Dynamic และมี Flexibility สูงสามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะทางธุรกิจไร้พรมแดนที่เปลี่ยนไปเร็วมากๆ การก้าวเข้าสู่ธุรกิจในกลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานในช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ที่จะพาเครือไทยซิน กรุ๊ป ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV
โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธง(Flagship Product) ตัวแรกคือ อาหารกระป๋องแบรนด์ “ปาปี้”  การทำตลาดตามแบบฉบับของผมนั้นความ "เร็ว" คือสิ่งสำคัญในการทำตลาดโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันยุค COVID-19 จากการที่เครือไทยซิน กรุ๊ป ได้มองเทรนด์ล่วงหน้าไว้ตั้งแต่สถานะการณ์การระบาดช่วงแรกๆ ทำให้เครือไทยซิน กรุ๊ป ได้รับผลกระทบน้อยมากๆ และสามารถปรับเปลี่ยนให้มีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทันเวลา และตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และในไตรมาส 4 ปี2563 นี้ เครือไทยซิน กรุ๊ป จะมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผลไม้กระป๋อง เงาะและสับปะรดกระป๋อง
       
ทางด้าน ดร.นพวัชร เจริญสินพร   กรรมการผู้จัดการ  บริษัท สตาร์ แคนเนอรี่
จำกัด ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า บริษัท สตาร์ แคนเนอรี่ จำกัด   ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อผลิตปี๊ปและกระป๋องเปล่าสำหรับบรรจุอาหารประเภทต่างๆ เช่น ปลา  สับปะรด ผัก และ  ผลไม้  หลังจากนั้นในปี  พ.ศ. 2552   บริษัทได้มีการขยายธุรกิจผลิตสับปะรดกระป๋องเพื่อการส่งออก
และในปี 2559  มีการขยายธุรกิจเพิ่มเติมเป็นการผลิตปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน  และ  ปลาแมคเคอเรลบรรจุกระป๋อง เพื่อการส่งออกจนถึงปัจจุบัน บริษัท เล็งเห็นการเติบโตของตลาดปลากระป๋องในประเทศ และ กลุ่มประเทศCLMV บริษัทจึงได้เปิดตลาดปลากระป๋องในประเทศภายใต้แบรนด์  “ปาปี้”  และ “ซุปเปอร์สตาร์” เรามีความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารกระป๋อง จึงได้มองหาพันธมิตรทางธุรกิจในการจัดจำหน่ายและทำการตลาด โดยในที่สุดบริษัทได้ตัดสินใจร่วมมือกับ บริษัท เอที คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือไทยซิน กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการและมีประสบการณ์ในการจัดจำหน่ายและทำการตลาดในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านมามากกว่า 70 ปี
สำหรับในด้านการผลิตปลากระป๋อง   ทางโรงงานได้ผ่านการรับรองระบบ  GMP,
HACCP, และ HALAL เราเน้นคุณภาพที่ได้มาตรฐานสม่ำเสมอ และใส่ใจในทุกๆขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ จนได้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ส่งถึงมือผู้บริโภค ปกติแล้วปลากระป๋องจะต้องผ่านการฆ่าเชื้อระดับ commercial sterilization ซึ่งหมายถึงการใช้ความร้อนสูงเพื่อทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย หรือ เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อในสภาวะดังกล่าวนี้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน 3 ปีในอุณหภูมิห้องโดยไม่เน่าเสีย ดังนั้นปลากระป๋องทุกชนิดจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่สารกันบูดหรือวัตถุกันเสีย
สำหรับที่มาของแบรนด์ปาปี้  ปาปี้ “PaPi” แปลว่า คุณพ่อ โดยต้องการสื่อว่า คุณพ่อคือหัวหน้าครอบครัวผู้ที่ต้องการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดในกับทุกคนในครอบครัว ซึ่งก็หมายถึงคุณลูกค้านั่นเอง โดยแบรนด์ปาปี้มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 5 ชนิดประกอบด้วย

1.ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ
2.ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ
3.ปลาทูน่าสเต๊กในน้ำเกลือ
4.ปลาทูน่าสเต๊กในน้ำแร่
5.ปลาทูน่าสเต๊กในน้ำมันทานตะวัน
tag line ของปาปี้คือ ปาปี้ อร่อยตัวพ่อ โดยเริ่มจากการคัดเลือกวัตถุดิบชั้นเลิศ ที่คุณพ่ออยากให้คนในครอบครัวได้รับประทาน เพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว สำหรับปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรล เราตั้งใจที่จะคัดปลาชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ไม่ยุ่ย ปรุงกับน้ำซอสที่กลมกล่อม ส่วนปลาทูน่านั้น เราคัดเลือกเฉพาะปลาโอดำ (Thunnus tonggol) หรือ ปลาทูน่าครีบเหลือง (Thunnus albacares) เท่านั้นโดยเน้นไปที่ปลาโอดำซึ่งเป็นปลาสดจับได้ภายในประเทศเป็นหลัก
เราต้องการและหวังให้ทุกเมนูที่คุณลูกค้าปรุงจากปลากระป๋องของเรา หรือแค่เปิดกระป๋องแล้วรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นเมนูที่อร่อยระดับตัวพ่อ และเป็นมื้ออาหารที่คุณลูกค้าได้ประโยชน์จากสารอาหารหลักๆในตัวปลา ซึ่งมีทั้งโปรตีน แคลเซียม รวมไปถึง omega 3,6, และ 9 อีกด้วย ปาปี้ขอเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทันเวลา และตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่ชอบรับประทานปลากระป๋องได้
ซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ
ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ
ทูน่าสเต็กในน้ำเกลือ
ทูน่าสเต็กในน้ำมันทานตะวัน
ทูน่าสเต็กในน้ำแร่
ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ
แบรนด์ซุปเปอร์สตาร์
ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ
แบรนด์ซุปเปอร์สตาร์

Share:

"อพท.7-สุพรรณบุรี"

เตรียมจัดงานใหญ่ รับคลายล็อกเฟส 5. คิกออฟเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โดย อพท.7 ซึ่งดูแลพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เตรียมเปิดแถลงข่าว 
การขับเคลื่อนเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล เส้นทางอู่ทอง-สุพรรณ ฯ 
และพื้นที่เชื่อมโยง 

ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม นี้ เวลา 9.00 -11.30 น.
ที่โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี
เชิญคลิกได้เลยค่ะ !!
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2729905160626105&id=1493301124286521
Share:

เชิญชวนร่วมงาน​ สืบสานประเพณีไทย งานเทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี สืบสานประเพณีไทย งานเทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น” ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ สืบทอดติดต่อกันมากว่า 119 ปี ภายในงานพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจ 7 อาทิ โซนการจัดแสดงแสงเสียงเทียนพรรษา, โซนนิทรรศการหลวงปู่มั่นและพุทธศาสนา, โซนการจัดแสดงภาพถ่ายขบวนแห่เทียนพรรษาที่ได้รับรางวัลจากชมรมถ่ายภาพจังหวัดอุบลราชธานี, โซนถนนสายเทียน เป็นต้น

ห้ามพลาด มาสืบสานประเพณีไทยไปด้วยกัน ในวันที่ 3-7 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00-22.00 น. ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://thailandfestival.org

นอกจากนี้ ททท. ได้สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบ New Normal ด้วยระบบ Live Map โดยควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ครั้งละไม่เกิน 2,000 คน โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่ว้นที่ 1-7 กรกฎาคม นี้.​  ทาง www.thailandfestival.org งานเทียนพรรษาอุบลราชธานี2563
Share:

โครงการ “ตามรอยพ่อฯ” ปี 8 เดินหน้าจัดกิจกรรมอบรมและเอามื้อสามัคคี 3 จว. ลพบุรี ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา ยึดแนวทาง “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา”

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เดินหน้าสู่ปีที่ 8 จัดกิจกรรมอบรมและเอามื้อสามัคคีที่จังหวัดลพบุรี ชัยภูมิ และฉะเชิงเทรา ภายใต้แนวคิด “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อสร้างความรู้ความตระหนักแก่ประชาชนในการเตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำท่วม น้ำแล้ง และสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของคนมีใจที่ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางปฏิบัติทำให้รอดในทุกวิกฤต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) 
โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “จากการที่โครงการตามรอยพ่อฯ ได้ขับเคลื่อนมาจนเข้าสู่ปีที่ 8 ซึ่งเป็นระยะที่ 3 ของแผนหลัก 9 ปี (แบ่งเป็น 3 ระยะ ๆ ละ 3 ปี) ของโครงการ ซึ่งระยะแรก คือ การตอกเสาเข็ม สร้างการรับรู้ ระยะที่ 2 การแตกตัว เป็นการขยายผล สร้างคน สร้างครู สร้างเครื่องมือเพื่อยกระดับเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระยะที่ 3 การขยายผลเชื่อมโยงทั้งระบบ ซึ่งเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับสู่การแข่งขันได้ ต่อยอดการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เกิดความยั่งยืนขึ้น ด้วยการเดินตามบันได 9 ขั้น ไปสู่ความพอเพียงตามแนวทางศาสตร์พระราชา และการวางรากฐานการพัฒนามนุษย์ เพราะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนและพัฒนา คือ คน  โครงการจึงพยายามสร้างคน จากคนมีใจ สู่เครือข่าย และแม่ทัพผู้พาทำ เพื่อร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชาต่อไป

จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เห็นผลเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ศาสตร์พระราชา คือ องค์ความรู้ในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน ทำให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีพื้นฐานปัจจัย 4 ครบ ทั้งอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ทำให้คนพอมี พอกิน พออยู่ พอใช้ และยังสามารถแบ่งปัน สร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไร ก็สามารถอยู่รอดได้และยังช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความเตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ที่ว่า ’สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ พร้อมทรงวาดภาพระเบิด 4 ลูกล้อมรอบประเทศไทยอยู่ ซึ่งถึงวันนี้ประจวบเหมาะพอดีกับสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบิด 4 ลูก หมายถึงวิกฤต 4 ด้านที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ คือ วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือเสาหลักที่จะกู้วิกฤตทั้ง 4 ด้านนี้ได้ โดยต้องปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตใหม่ จะเห็นได้ว่าทรงคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทรงเตือนคนไทยล่วงหน้าหลายปีเพื่อให้เตรียมพร้อมระวังภัย และได้พระราชทานศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยปฏิบัติเพื่อพึ่งพาตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อเป็นทางรอดจากทุกวิกฤตดังกล่าว”
ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปี 8 ว่า “ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันลดการแพร่ระบาดด้วยการรักษาระยะห่าง โครงการตามรอยพ่อฯ จึงได้ปรับแผนการดำเนินกิจกรรมโดยเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลักมากว่า 4 เดือน (มี.ค.-มิ.ย.63) เพื่อให้กำลังใจและความรู้แก่ประชาชนในการนำศาสตร์พระราชามาใช้รับมือวิกฤตในครั้งนี้ ขณะนี้จากมาตรการเข้มข้นของภาครัฐกอปรกับความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทย ทำให้เราสามารถรับมือกับวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับเสียงชื่นชมจากหลายประเทศ ภาครัฐจึงมีมาตรการผ่อนปรน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในแบบ New Normal หรือ วิถีชีวิตแบบปกติใหม่ที่ยังคงเน้นการดูแลตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 โครงการตามรอยพ่อฯ จึงได้กำหนดแผนการดำเนินกิจกรรมออนกราวด์ขึ้นอีกครั้ง ทั้งกิจกรรมฝึกอบรมและกิจกรรมเอามื้อสามัคคี หรือ การลงแขกอย่างโบราณนั่นเอง เพื่อน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 20,000 คน
ทั้งนี้กิจกรรมออนกราวด์จะทำควบคู่กับการสื่อสารออนไลน์ต่างๆ ของโครงการ ซึ่งยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ
ทั้งนี้ กิจกรรมออนกราวด์ของโครงการตามรอยพ่อฯ ปี 8 จะเริ่มด้วยการฝึกอบรม หลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) หัวข้อของการฝึกอบรม คือ ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ.ลพบุรี

ส่วนกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ปีนี้กำหนดจัด 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ศูนย์ปราชญ์ศาสตร์พอเพียงบอกเล่าก้าวตาม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ศูนย์การเรียนรู้ที่อดีตผู้ว่าราชการ จ. ชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการ จ.ภูเก็ต ได้รวบรวมคนมีใจและมีความรู้ด้านหลักกสิกรรม มาถ่ายทอดความรู้ศาสตร์พระราชาเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวชัยภูมิ  และครั้งที่ 2  ณ โคก หนอง นาขาวัง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่ง ขาวัง คือ ร่องน้ำรอบแปลงนา  เป็นผืนนามหัศจรรย์แห่งภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของชาวนาบางปะกง  ผืนนาที่นี่เป็นพื้นที่ระบบนิเวศ 3 น้ำ มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม ทำนาในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งตั้งแต่น้ำกร่อยจนน้ำเค็มก็เลี้ยงกุ้งหอยปูปลา ซึ่งที่นี่อาจเป็นผืนนานิเวศ 3 น้ำที่เดียวในโลก  โดยจะมีกิจกรรมการปั่นจักรยานรณรงค์จากโคก หนอง นามหานคร (หนองจอก) ถึง โคก หนอง นาขาวัง จ.ฉะเชิงเทรา อีกด้วย นอกจากนี้ โครงการยังมีช่องทางสื่อสารในรายการเจาะใจ ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD ในเดือนธันวาคม 2563


ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมออนกราวด์ โครงการฯ ได้จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมกิจกรรม อาทิ หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ ถุงมือผ้า ถุงมือยาง แอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจล และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณที่พักและอาคารที่มีการรวมตัวกัน ทั้งกำหนดระยะห่างระหว่างบุคคลในขณะทำกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย New Normal ของรัฐบาลอีกด้วย

ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

Share:

เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว !! ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่ได้ดำเนินการถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมเปิดตัวต้อนรับเหล่านักผจญภัยปลายปี 2563 นี้
25 มิถุนายน 2563 – เหล่าเพื่อนดิสนีย์และแคสเมมเบอร์ขอต้อนรับเหล่านักผจญภัยทุกท่านสู่การกลับมาอย่างเป็นทางการของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ โดยทางสวนสนุกได้มีมาตรการเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการเว้นระยะห่างภายในสวนสนุก เพื่อให้แขกทุกคนได้ #BelieveInMagic หรือ #เชื่อในความมหัศจรรย์ พร้อมผจญภัยและเพลิดเพลินในโลกแห่งเวทมนตร์อย่างไม่ต้องเป็นกังวล
ทางสวนสนุกยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ได้กลับมาเปิดอีกครั้ง โดยมีคุณสเตฟานี ยัง กรรมการผู้จัดการฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท เป็นผู้เปิดงานบริเวณถนน Main Street ภายในสวนสนุก ซึ่งสามารถมองเห็นปราสาทที่เป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้อย่างเด่นชัด พร้อมกับเหล่าเพื่อนดิสนีย์มากมาย เช่น มิกกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ โดนัลด์ ดั๊ก และ กู๊ฟฟี่ ที่มารวมตัวกันแสดงความยินดีกับการกลับมาเปิดตัวอีกครั้งของสวนสนุก โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนานรื่นเริง เพื่อเฉลิมฉลองวันสุดพิเศษนี้
แฟน ๆ ที่ตื่นเต้นกับการกลับมาของสวนสนุกหลังจากที่ปิดไปเป็นเวลาหลายเดือน ต่างได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากคุณสเตฟานี ยัง และ คุณเมโลดี้ ลึง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ณ ประตูทางเข้าของสวนสนุก เพื่อพาทุกคนเข้าไปพบกับความมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์แห่งสีสันตามแบบฉบับของดิสนีย์อย่างแท้จริง
“ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่น่าทึ่งของคนฮ่องกง และความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมไปถึงแคสเมมเบอร์ของเราทุกคนที่ช่วยกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้” คุณสเตฟานี ยัง กล่าว “สุขภาพและความปลอดภัยของแขก รวมไปถึงแคสเมมเบอร์ทุกคนจะเป็นสิ่งที่เราคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยแคสเมมเบอร์ของเราได้ทำงานอย่างหนักในการวางมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อให้แขกทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับโลกแห่งเวทมนตร์ของเรา”
การกลับมาของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ มีการวางมาตรการอย่างเคร่งครัดด้านสุขภาพและความปลอดภัย ตามที่หน่วยงานสาธารณสุขและรัฐบาลได้กำหนดไว้ โดยสวนสนุกได้จัดทำมาตรการและขั้นตอนพิเศษต่าง ๆ อาทิ การจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ แขกทุกท่านต้องทำการจองตั๋วเข้าสวนสนุกล่วงหน้า รวมไปถึง การเว้นระยะห่างในบริเวณที่ต้องเข้าคิว เช่น ร้านอาหาร เครื่องเล่น และ บริการอื่น ๆ พร้อมดำเนินการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในสวนสนุก

แคสเมมเบอร์ ขณะยืนต้อนรับแขกที่ตื่นเต้นกับการมาสวนสนุกเพื่อสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดิสนีย์อีกครั้งพร้อมมาตรการรักษาความสะอาดและความปลอดภัย

ครอบครัวจากมูลนิธิ The Neighbourhood Advice-Action Council ได้มาใช้เวลาพักผ่อนในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งพวกเขาเผยว่าทั้งตื่นเต้นและสนุกที่ได้เล่นเครื่องเล่น Ant-Man and The Wasp: Nano Battle! กับครอบครัว
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ต้อนรับทุกคนกลับสู่โลกแห่งเวทมนตร์อีกครั้ง พร้อมสินค้าใหม่ ๆ และ ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอีกมากมาย

การก่อสร้างปราสาท Castle of Magical Dreams ได้ดำเนินการมาถึงช่วงสุดท้าย ด้วยกำหนดการที่จะพร้อมเปิดตัวช่วงปลายปี 2563 โดยปราสาทนี้จะเป็นสัญลักษณ์อันเปล่งประกายแห่งความกล้าหาญ ความหวัง และความเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคนตลอดกาล” คุณสเตฟานี กล่าวเสริม

ถึงเวลาเพลิดเพลินกับเวทมนตร์จากดิสนีย์

คุณสามารถพบเจอกับเวทมนตร์ของดิสนีย์ ได้ทุกหนแห่งภายในสวนสนุก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น หรือ การแสดง ที่กลับมาให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ของความสุขอีกครั้ง นอกจากนี้ ทุกคนควรเตรียมกล้องให้พร้อมเสมอขณะอยู่ในสวนสนุก เพื่อเตรียมเก็บภาพความทรงจำสำหรับการปรากฏตัวของ มิกกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ และผองเพื่อนของเขา เพราะพวกเขาอาจจะโผล่มาเซอร์ไพร์สคุณได้ทุกที่ทุกเวลา!

ชาร์จความสนุกได้ตลอดทั้งวันด้วยอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงสินค้าต่าง ๆ มากมาย ที่รอต้อนรับการกลับมาของทุกคน เพื่อสร้างความทรงจำที่แสนประทับใจกับความสุขในช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ไปด้วยกันอีกครั้ง
เกี่ยวกับฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดดเด่น และไม่เหมือนที่ใดในโลก ให้กับแขกทุกวัย ทุกเชื้อชาติ เพื่อเติมเต็มทุกคนด้วยเรื่องราวและตัวละครดิสนีย์ที่แต่ละคนชื่นชอบ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สำรวจดินแดนมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดแห่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของการเป็นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย กับหลากหลายความบันเทิงและเครื่องเล่นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งการผจญภัยของคุณจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าพักที่โรงแรมสุดหรูของดิสนีย์ มากไปกว่านั้นเพื่อให้เวทมนตร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสถานที่แห่งนี้ เรามีความใส่ใจในความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จึงส่งต่อเวทมนตร์ผ่านโครงการเพื่อสังคมมากมาย ซึ่งจะช่วยเหลือชุมชนและครอบครัวที่ขาดแคลน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เยาวชนและครอบครัว พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

Share:

แกรนด์ แอสเสทฯ ยกระดับการท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจ ชวนเที่ยวไทยกับ 6 โรงแรมรีสอร์ทชั้นนำ


แกรนด์ แอสเสทฯ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ด้วยบริบทใหม่ด้านสุขอนามัย เพิ่มความมั่นใจด้วยการเป็นครั้งแรกของโรงแรมไทยที่ติดตั้งเครื่อง TytoCare และบริการแพทย์ออนไลน์โดยโรงพยาบาลพญาไท นำโซลูชั่นทันสมัยจากเอไอเอสมาใช้คัดกรองผู้เข้าพัก พร้อมเอาใจนักเดินทางด้วยบัตรกำนัลแทนเงินสดเพิ่มมูลค่าใช้บริการโรงแรมรีสอร์ทหรูได้ 6 แห่งในกรุงเทพ หัวหิน ปราณบุรี ภูเก็ต ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาพิเศษ ประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย สำหรับผู้ซื้อบัตรกำนัล และสิทธิประโยชน์จากไอซีบีซี และบัตรเครดิตกรุงไทย 
กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน - แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้  บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แถลงถึงความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ โดยมี นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ และ นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการประสานงานฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลกลุ่ม Phyathai- Paolo Medical Campus  นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล  หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย นายวัน ฮัท โจเซฟ เชีย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจสาขา ธนาคารไอซีบีซี(ไทย) จำกัด(มหาชน) และนางสาวปริม ปัญญาเสรีพร ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต (โรงแรม) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงถึงความร่วมมือในครั้งนี้
นายวิชัย ทองแตง เปิดเผยว่า นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญขององค์กรเอกชนชั้นนำ ในการจับมือกันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยวันนี้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในการเป็นประเทศที่สามารถควบคุมและขจัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอันดับสองของโลก ส่งผลให้การเดินทางและจองห้องพักกลับมาคึกคักอีกครั้ง  นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สำหรับโรงแรมในเครือ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังได้ยกระดับการท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสูงสุด โดยนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษด้วยบริบทใหม่ด้านสุขอนามัย และเป็นครั้งแรกในวงการโรงแรมไทยที่มีการนำวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งมาตรการต่างๆ นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศอีกด้วย 
นายวิทวัส วิภากุล เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แกรนด์ แอสเสทฯ มีความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพ  มีการร่วมมือกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท  เอไอเอส  และ ทิพยประกันภัย ทั้งการติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ TytoCare บริการแพทย์ออนไลน์โดยโรงพยาบาลพญาไท นำโซลูชั่นทันสมัยจากเอไอเอสมาใช้คัดกรองผู้เข้าพัก ประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย ด้านการท่องเที่ยว เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพันธมิตรชั้นนำ ทั้ง ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากธนาคารไอซีบีซี  และบัตรเครดิตกรุงไทย นอกจากนี้ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยการจัดทำชุดบัตรกำนัลเพิ่มมูลค่า ที่สามารถเลือกใช้บริการโรงแรมและรีสอร์ทระดับห้าดาวได้ถึง 6 แห่ง ทั้งในกรุงเทพ หัวหิน ปราณบุรี และภูเก็ต โดยเป็นโรงแรมในเครือแกรนด์ แอสเสทฯ 5 แห่ง  ได้แก่  ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท,  รอยัล ออคิด เชอราตัน,  เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา, เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า และโรงแรมพันธมิตรอีก 1 แห่งได้แก่ อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ภูเก็ต โดยบัตรกำนัลราคา 6,000 บาท มีมูลค่า 10,000 บาท และบัตรกำนัลราคา 12,000 บาท มีมูลค่า 20,000 บาท ใช้ได้ทั้งห้องพัก รับประทานอาหาร และบริการสปา ซื้อได้ที่โรงแรมทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฏาคมนี้ สามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่มียกเว้นวันหยุด จนถึง 23 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สามารถนำบัตรกำนัลไปเลือกใช้กับเชนโรงแรมที่ต่างกันได้
สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพจากเครือโรงพยาบาลพญาไท  นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย กล่าวว่า เครือโรงพยาบาลพญาไท มีบริการทางการแพทย์เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าพัก โดยเป็นครั้งแรกของโรงแรมในเมืองไทยที่จะมีการติดตั้งเครื่อง “TytoCare” เทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดที่สามารถตรวจร่างกายผู้ป่วยเบื้องต้น และส่งข้อมูลสุขภาพ อาทิ ปอด หัวใจ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ช่องปาก ช่องหู ผิวหนัง ไปให้แพทย์วินิจฉัย ควบคู่กับบริการ "Clinic Connect" ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้จากโรงแรม โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล มีความร่วมมือในการจัดการด้านสุขอนามัย และการตรวจคุณภาพอากาศภายใต้ระบบ Indoor Air Quality การวัดคุณภาพอากาศ โดยเป็นการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ การตรวจวัดอุณหภูมิ ในพื้นที่จุดสำคัญหลักของโรงแรม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาวะสุขภาพของผู้เข้าพัก ความปลอดภัยของเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงแรม ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การรับรองโดยกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท รวมถึงการอบรมด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยให้พนักงานโรงแรม โดยเฉพาะส่วนงานบริการ ทั้งห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุม สระว่ายน้ำ และยกระดับความปลอดภัยและการให้บริการอาทิ การอบโอโซนในห้องพัก รถพยาบาลพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง เป็นต้น
ด้าน นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล เปิดเผยว่า “เอไอเอส” มีความร่วมมือในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าพัก โดยนำ “ระบบอ่านอุณหภูมิบนใบหน้า (Thermal Face Recognition)” มาใช้คัดกรองผู้มาใช้บริการโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการตรวจสอบอัตลักษณ์ใบหน้า ด้วยระบบ Face Recognition ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลอัตลักษณ์และอุณหภูมิที่ตรวจสอบได้ในคราวเดียวกัน และสามารถแสดงจำนวนผู้มาใช้บริการแบบเรียลไทม์ พร้อม “ระบบติดตามตัว (Traveler Tracking Solution)” อุปกรณ์ติดตามการเดินทางของนักท่องเที่ยว ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT ทำให้สามารถทราบข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ต้องมีการสอบสวนโรค มีระบบสามารถกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนกรณีที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว มีปุ่มกดฉุกเฉินแจ้งให้ระบบรับทราบกรณีเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทั่วไป   สามารถซื้อบัตรกำนัลเงินสดของแกรนด์ แอสเสทฯ ผ่านแอพพลิเคชั่น“จองสบาย” พร้อมมอบส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด อีกด้วย
ผู้ซื้อชุดบัตรกำนัล ยังจะได้รับประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย โดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ทิพยประกันภัย พร้อมมอบความคุ้มครองให้แก่ผู้ใช้บริการโรงแรมที่ซื้อบัตรกำนัลแทนเงินสด ด้วยแผน “ประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา” ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด 100,000 บาท พร้อมค่าชดเชยการเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สูงสุด 100,000 บาท และยังมีความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีก 100,000 บาท  โดยลูกค้าจะได้รับความคุ้มครอง เป็นระยะเวลา 30 วัน
พร้อมกันนี้ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังมีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ เปิดเผยว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้ ไทยแอร์เอเชีย ได้มอบบัตรโดยสารราคาพิเศษเส้นทางบินภายในประเทศให้กับผู้ที่จองห้องพักโรงแรมในเครือแกรนด์ แอสเสทฯ เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายจะนำเอาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการมาร่วมกันนำเสนอให้ผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือจากพันธมิตรด้านการเงิน ได้แก่ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) โดย นายวัน ฮัท โจเซฟ เชีย เปิดเผยว่า ธนาคารจะมอบสิทธิพิเศษให้ผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคาร ที่ซื้อบัตรกำนัลของแกรนด์ แอสเสทฯ โดยสิทธิพิเศษนี้เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิตไอซีบีซีที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งมีทั้งลูกค้าชาวไทย และนักธุรกิจชาวจีนในเมืองไทยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวสูง ในส่วนของ บัตรเครดิต เคทีซี โดย นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร กล่าวว่า บัตรเครดิตเคทีซี มอบสิทธิพิเศษคุ้มค่า เพื่อให้สมาชิกบัตรได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่พิเศษสุด  โดยผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท เมื่อซื้อบัตรกำนัลของแกรนด์ แอสเสทฯ  จะได้รับส่วนลดทันที 4% หรือ ผ่อนชำระ 0% 5 เดือน สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตที่ซื้อบัตรกำนัลผ่าน KTC World Travel Service Center ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฏาคม 2563 สามารถเลือกรับส่วนลดทันที 4% หรือ เลือกผ่อนชำระ 0% นาน 5 เดือน และยังสามารถแลกคะแนนเท่ายอดซื้อ เพื่อเป็นส่วนลดเพิ่มอีก 12% ได้อีกด้วย
Share:

ไขมันพอกตับ ภัยเงียบทำลายสุขภาพ

ไขมันพอกตับ ถือเป็นโรคอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อย สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมการกิน เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจนเป็นที่มาของไขมันพอกตับ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ โรคอ้วน โดยเฉพาะการอ้วนแบบลงพุง ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคตับจากไขมันเกาะตับเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการรับประทานอาหารมัน อาหารหวาน หรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป อาหารเหล่านี้จะไปเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ในตับ เมื่อร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้หมดจะเกิดการสะสมขึ้นที่ตับ หากละเลยในการดูแลสุขภาพอาจทำให้เกิดภาวะตับแข็งและอาจเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

โรคนี้สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในช่วงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ที่ระบบเผาผลาญอาหารเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง และยังเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตับมีความผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ ซึ่งการเข้ารับการตรวจระบบทางเดินอาหารและตับ จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยเช็คสุขภาพตับก่อนที่จะถูกทำลายและกลายเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งตับ ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง BMI เกินมาตรฐาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่ดื่มสุราเป็นเวลานาน ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงไวรัสตับอักเสบ รวมถึงผู้ที่กินยาหรือสมุนไพรเป็นเวลานาน

โรงพยาบาลธนบุรี #เป็นห่วงนะ จัดโปรโมชั่น We Love Liver ตรวจสุขภาพตับด้วยไฟโบรสแกน (FibroScan) ซึ่งเป็นเครื่องมือทันสมัยเฉพาะทางใช้ตรวจเพื่อดูสภาพการเกิดพังผืดในเนื้อตับ โดยไม่ต้องเจาะตับ ไม่เกิดความเจ็บปวดกับร่างกายทั้งขณะรับการตรวจและภายหลังรับการตรวจ แม่นยำ และทราบผลได้ทันที สำหรับลูกค้าท่านแรก ราคา 2,200 บาท ท่านที่สอง เหลือเพียง 1,800 บาท ได้ตั้งแต่วันนี้ - กรกฎาคม 2563 ตรวจก่อน รู้ก่อน ยิ่งทำให้รักษาได้ทันและมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น

สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โทร. 0-2487-2000 ต่อ 2005-7 หรือ https://www.thonburihospital.com/ และ www.facebook.com/thonburihospitalclub

Share:

เปิดเคล็ดลับความสำเร็จต้องสร้างเป้าหมาย ผู้หญิงเก่ง “ครูเบล” กับประสบการณ์เรียนในสิงคโปร์กว่า 7 ปี

เปิดไอเดียผู้หญิงเก่ง “ครูเบล” กับประสบการณ์เรียนในสิงคโปร์กว่า 7 ปี
มีผลการเรียนเป็นอันดับ 1 ของชั้น ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน
เผยเคล็ดลับความสำเร็จต้องสร้างเป้าหมาย พร้อมแนะผู้ปกครองยุค New normal
ระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ถือได้ว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก แต่การที่เด็กไทยจะสอบเข้าโรงเรียนของรัฐบาลสิงคโปร์ได้นั้นเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะด่านแรกที่เด็กจะต้องผ่านก็คือ การสอบ AEIS (Admissions Exercise for International Students) ซึ่งเป็นข้อสอบสำหรับเด็กต่างชาติที่ไม่ใช่คนสิงคโปร์ นับเป็นประตูสำคัญในการไปหาประสบการณ์การศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามหากย้อนไปดูประวัติเด็กไทยที่เคยไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่ ป.4 และจบ sec 4 ( O-Level) โดยในระดับการศึกษา Sec 1 – 3 มีผลการเรียนเป็นอันดับ 1 ของชั้นติดต่อกัน 3 ปีซ้อน เธอคือคุณศุภนุช ชือรัตนกุล หรือที่เด็กๆ หลายคนเรียกเธอว่า “ครูเบล”  
คุณศุภนุช ชือรัตนกุล (ครูเบล) เล่าย้อนให้ฟังถึงประวัติสมัยเริ่มไปสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์ว่า “ความสำเร็จของเบลในวันนั้นมาจากครอบครัวก็คือคุณแม่ ซึ่งท่านเป็นคนเก่งมีวิสัยทัศน์ที่ดีและกล้าตัดสินใจ ถ้ารู้ว่าอะไรดีจะพุ่งไปที่เป้าหมายนั้นและวางเส้นทางไว้ให้ลูก ๆ โดยพี่ชายของเบลเป็นคนแรกที่ไปสิงคโปร์ตั้งแต่เด็ก ตอนเดินทางไปใหม่ ๆ แม่บอกเพียงแค่ว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวและสั่งให้ทุกคนเก็บของ แต่พอไปถึงสิงคโปร์เท่านั้นแม่ก็พาไปดูบ้าน Host family ที่จะให้พี่ชายไปพักอยู่ แม่ของเบลใช้อุบายให้พี่ชายไปเล่นสระว่ายน้ำ สักพักแม่ก็บอกว่าให้อยู่ที่บ้านนี้นะ จากนั้นแม่ก็กลับกรุงเทพฯ ทันทีแบบที่พี่ชายเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว ส่วนคนที่สองคือตัวเบลเอง ซึ่งก่อนที่จะเดินทางไปสิงคโปร์เบลรู้อยู่ในใจแล้วว่าแม่ต้องการให้อยู่สิงคโปร์เช่นเดียวกับพี่ชายเพียงแค่อยู่กันคนละโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งในช่วงแรกที่เบลไปอยู่บอกได้เลยว่าฟังภาษาอังกฤษไม่ออกและพูดไม่ได้เลย ทำให้น้ำหนักลดลงไปถึง 13 กิโลกรัม แต่ไม่นานภายใน 3 เดือน ก็เริ่มพูดได้ เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ไปอยู่ เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่ทุกคนต้องพูดภาษาอังกฤษ เราจึงต้องปรับตัวและอยู่กับมันให้ได้ เบลได้เริ่มเรียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่อายุ 11 – 17 ปี คือแรกเริ่มเข้าตั้งแต่ ป.4 และจบ sec 4 (O-Level) โดยในระดับการศึกษา Sec 1 -3 มีผลการเรียนเป็นอันดับ 1 ของชั้นติดต่อกัน 3 ปีซ้อน และได้กลับมาศึกษาต่อในระดับปริญาตรี Mahidol University International College (MUIC) สาขาวิชาชีววิทยา โดยมีผลการเรียนเกียรตินิยมอันดับ 1 และได้รับทุนรัฐบาลไทยให้ศึกษาต่อปริญญาโทที่สถาบัน Asian Institute of Technology (AIT) และนอกจากผลงานด้านการศึกษาแล้ว ช่วงที่กำลังเรียนอยู่มีความสนใจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย จึงได้สมัครและรับทุนแลกเปลี่ยนในต่างประเทศถึง 9 ประเทศ ยังได้ร่วมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย”   
ครูเบล เปิดเผยด้วยว่า สำหรับในยุค New normal ซึ่งเกิดขึ้นมาจากภาวะวิกฤตการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้โรงเรียนต้องเลื่อนการเปิดเทอม เด็กนักเรียนและผู้ปกครองเองก็ต้องมีการปรับตัว โดยในมุมมองของเบลมองว่า อารมณ์ของเด็ก ๆ ตอนนี้อยากไปโรงเรียนมาก เนื่องจากจะได้เจอเพื่อน ๆ ได้เรียนหนังสือ ในขณะที่ผู้ปกครองเองก็เริ่มรับมือไม่ไหวที่จะต้องเฝ้าเด็กในช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก ที่มักจะอยู่ไม่นิ่ง อย่างไรก็ตามยอมรับการเรียนแบบตัวต่อตัวจะช่วยให้เด็กมีสมาธิและจดจ่อกับการเรียนมากกว่า แต่สำหรับการเรียนออนไลน์ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้แก่เด็ก ๆ ในต่างจังหวัด ได้เข้าถึงเนื้อหาเท่าเทียมกับเด็กในกรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่ ๆ ทำให้เด็กสามารถเรียนกับครูดัง ๆ ได้ ซึ่งที่สิงคโปร์ได้ทำการเรียนออนไลน์แล้วสามารถประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนได้มากขึ้น แต่ของประเทศไทยเรานั้นมีอุปสรรคที่สำคัญคือ ความไม่พร้อมในเรื่องเทคโนโลยี เด็กต้องมีอุปกรณ์ที่ดีสามารถรองรับการเรียนออนไลน์ได้ และก็ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยิ่งถ้าเป็นในพื้นที่ห่างไกลการเข้าถึงยิ่งยากลำบากกว่า
สำหรับในมุมมองของผู้ปกครองเองต่างก็ต้องคำนึงความปลอดภัยของบุตร-หลานด้วยเป็นหลัก โรงเรียนหรือสถาบันกวดวิชาต่าง ๆ ก็ต้องเตรียมมาตรการการป้องกันไว้อย่างดี ผู้ปกครองบางท่านเลือกที่จะรอให้การระบาดของ COVID-19 ผ่านพ้นไปก่อนค่อยส่งบุตร-หลานไปเรียน การเรียนออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ แต่หากมีความกังวลว่าการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ไม่มีความเข้มข้นเท่าการไปโรงเรียน ทางเบลเองก็มีวิธีแก้คือปรับที่คอนเทนต์ ถ้าเด็กเรียนแล้วไม่สนุกหรือรู้สึกว่าเด็กไม่จดจ่อกับการเรียน ครูก็ปรับต้องปรับคอนเทนต์เป็นรูปแบบอื่นเช่น วีดีโอ หรือการ์ตูน เพื่อให้เด็กเกิดความสนใจและสามารถนั่งเรียนต่อเป็นชั่วโมงได้ 
       
“ เบลจะบอกและสอนน้อง ๆ เสมอโดยเฉพาะคนที่อยากไปเข้าเรียนที่สิงคโปร์ คือ ต้องกล้าตั้งเป้าหมายให้สูงไว้ เพราะที่นั่งที่กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้จัดให้กับเด็กต่างชาตินั้นมีน้อย สิงคโปร์จะใช้วิธีให้เด็กจากทั่วโลกมารวมกันแล้วสอบแข่งขันเพื่อคัดนักเรียนท็อป 10 แต่ก็ยังมีเด็ก ๆ อยากจะไป เพราะระบบการศึกษาของสิงคโปร์นั้นถือว่าอยูในอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยการเรียนการสอนที่เป็นระบบ ไม่เน้นท่องจำ แต่เน้นการเข้าใจ เน้นแอปพลิเคชั่นให้เด็กเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก และมีความปลอดภัย สุดท้ายอยากจะบอกว่าการที่เด็กจะเก่งหรือไม่เก่งต้องดูที่เด็กคนนั้นมีเป้าหมายไหม เบลจะเน้นย้ำสอนการตั้งเป้าและส่งเสริมให้เด็กลงมือทำด้วยตัวเอง” ครูเบล กล่าวทิ้งท้าย
Share:

The Boss90: the Ultimate Leader

The Boss90: the Ultimate Leader  โดยสถาบันการบริหารเเละจิตวิทยา (MPI) เปิดการสัมมนาเป็นครั้งแรกทันทีที่รัฐบาลมีมาตราการผ่อนคลายในระยะที่ 4
ในหัวข้อ.....การรับมือกับศตวรรษ ที่ 21 : Covid & New Normal  
ความท้าทายของผู้นำยุคเปลี่ยนผ่าน...โดย คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ IT Icon ของเมืองไทย มาอัพเดท เทรนด์ และวิเคราะห์เพื่อรับมือกับNew Normal ในศตวรรษหน้า...
และ วิเคราะห์เจาะลึกถอดบทเรียนผู้นำจีนกับการรับมือกับ Covid-19 ในหัวข้อ ผู้นำจีน.....สู่ผู้นำโลก.. จาก ดร.ไพจิตร วิบูลย์ ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน... เมื่อเร็วๆนี้  ที่ ศูนย์ ประชุม C ASEAN  รัชดา


Share:

เปิดแล้ววันนี้ !! ครั้งแรกในเมืองไทย มิติใหม่แห่งการช้อปปิ้งระดับโลก “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต ระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริงแห่งแรกในเมืองไทย

กรุงเทพฯ (19 มิถุนายน 2563) – ครั้งแรกในเมืองไทย กับมิติใหม่แห่งการช้อปปิ้งระดับโลก “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” (Siam Premium Outlets®  Bangkok) พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต อย่างแท้จริงแห่งแรกของเมืองไทย เดสติเนชั่นใหม่ล่าสุดของนักช้อป เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เพียง 15 นาทีจากสนามบินสุวรรณภูมิ บนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี กม. 23 ทางออก 5 ลาดกระบัง สัมผัสสุดยอดประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่าที่เติมเต็มได้ในทุกๆ วัน กว่า 200 แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ระดับโลก แบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชั้นนำที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และแบรนด์ไทยระดับแนวหน้า พิเศษยิ่งกว่า!! กับแบรนด์ที่เผยโฉมในคอนเซ็ปต์เอาท์เล็ตครั้งแรกในประเทศไทยและแบรนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ช้อปได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ในราคาคุ้มค่าทุกวันกับส่วนลดสูงสุดกว่า   70% และพิเศษสุดกับการฉลองเปิดอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19 – 21 มิถุนายนนี้ ด้วยส่วนลดเพิ่มอีก 10 – 15%
“สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ”  โดย สยามพิวรรธน์ ไซม่อน คือปรากฏการณ์การผนึกกำลังระหว่างสองผู้นำแห่งวงการค้าปลีกระดับโลก  ได้แก่ ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป (Simon Property Group) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก จากสหรัฐอเมริกา และ สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารโกลบอลเดสติเนชั่นชั้นนำของเมืองไทย เพื่อนำประสบการณ์พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตอย่างแท้จริงสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดย “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” นับเป็นโครงการพรีเมี่ยม เอาท์เล็ตแห่งใหม่ล่าสุดของไซม่อน ผู้สร้างสรรค์พรีเมี่ยมเอาท์เล็ตระดับแนวหน้าต่างๆ ในหลากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งต่างขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งของผู้คน รวมทั้งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Woodbury Common Premium Outlets นิวยอร์ค, Gotemba Premium Outlets ญี่ปุ่น, Yeoju Premium Outlets เกาหลีใต้ และ Johor Premium Outlets มาเลเซีย 
“สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” มอบสุดยอดประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่าในทุกๆ วัน โดดเด่นด้วยแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ระดับเวิลด์คลาสที่เผยโฉม ในคอนเซ็ปต์เอาท์เล็ตเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ได้แก่ Burberry, Balenciaga, Bally, Breitling, CK, Furla, Hugo Boss และ Montblanc รวมถึงแบรนด์ลักซ์ชัวรี่อีกมากมาย อาทิ Salvatore Ferragamo, DKNY, 3.1 Phillip Lim, Alexander Wang, Black Barrett by Neil Barrett, Diesel, Marni, P.S. Paul Smith, Proenza Schouler, Stella McCartney, DKNY, See by Chloé, Joseph and Porsche Design รวมถึงเอาท์เล็ต Coach, kate spade NEW YORK และ Skechers ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยนำเสนอสินค้าครบครัน และแบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชั้นนำและแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ American Eagle, Cotton On, Mango, New Era, U.S. Polo Assn., Camper, Dr. Martens, REPLAY, Sperry และ Lamy นอกจากนี้ยังมี Nike พรีเมี่ยม รีเทล สโตร์ ขนาดใหญ่กว่า 1,300 ตารางเมตร ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษสำหรับดิจิทัลเมมเบอร์โดยเฉพาะ และสไตล์การตกแต่งร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะไทย อีกทั้ง adidas เอาท์เล็ต ที่ครบครันด้วยคอลเลคชั่นทั้งสปอร์ตและแฟชั่นกว่า 2,000 รายการ  อีกทั้ง แบรนด์สปอร์ตแวร์เอ็กซ์คลูซีฟมากมาย อาทิ Asics, Vans, North Face, Sports Selected และ Grand Motorsports

พร้อมด้วยแบรนด์สินค้าของตกแต่งบ้าน เทคโนโลยี และสินค้าสำหรับเด็ก อาทิ Tefal, Ralph Lauren Home, Calvin Klein, Sanderson, Yves Delorme, Garmin, Fitbit, irobot, DJI Phantom, Nintendo, Lego และอีกมากมาย รวมทั้งแบรนด์ไทยระดับแนวหน้าอย่าง  EVEANDBOY ไลฟ์สไตล์บิวตี้สโตร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยที่จะเผยโฉมในคอนเซ็ปต์ใหม่ นอกจากนี้จะมีลักซ์ชัวรี่แบรนด์เข้ามาเสริมทัพเพิ่มเติมอีกในระยะเวลาอันใกล้นี้อย่างต่อเนื่อง
นักช้อปยังสามารถเพลิดเพลินกับทั้งอาหารและเครื่องดื่มจากหลากหลายร้านดัง อาทิ Starbucks, Ajisan, Café Amazon, ChaTraMue, Hong Kong Noodle, KOI Thé, Olino Crepe & Tea, Subway, S&P, Red Diamond, KFC และ Sushi Plus รวมถึงเมนูอาหารทั้งไทยและนานาชาติให้เลือกอย่างหลากหลายที่ Food Republic ขนาดใหญ่กว่า 1,200 ตารางเมตร
“สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” มอบประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง ด้วยการเติมเต็มความสุข และความต้องการของไลฟ์สไตล์หลากหลายได้ในทุกๆ วัน ให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมของการพบปะสังสรรค์ ผ่อนคลายและการทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวและเพื่อนฝูง ท่ามกลางบรรยากาศเอาท์ดอร์ ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว สดชื่นด้วยองค์ประกอบของน้ำพุและน้ำตก มีโซนให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกเพื่อเสริมสร้างจินตนาการทั้งสไตล์อินดอร์และเอาท์ดอร์ โซนแอมฟิเธียเตอร์เล่นระดับในบรรยากาศผ่อนคลายชวนให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงเติมแต่งบรรยากาศด้วยศิลปะไทยในอารมณ์ร่วมสมัย ให้ศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถชื่นชมได้ในทุกๆ วัน กับผลงาน ในธีม ‘Eco Jungle’ ฝีมือศิลปินไทย รุ่นใหม่ระดับแนวหน้า อาทิ ผลงานศิลปะจากไม้ไผ่อันเป็นเอกลักษณ์ ฝีมือของกรกต อารมย์ดี, งานประติมากรรมโลหะรีไซเคิลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ไทยโดย Pin Metal Art หรือ ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ และ งานสีสันสดใสจากวัสดุ รีไซเคิล โดย WISHULADA โดย วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย  อาทิ ที่จอดรถที่สามารถรองรับได้กว่า 1,500 คัน,  บริการไว-ไฟฟรี, ห้องรับรองสมาชิกและนักท่องเที่ยวในบรรยากาศหรูหรา, ห้องรับรองสมาชิกทุกคนในครอบครัว, ห้องสำหรับแม่และเด็ก, ห้องรอรับบริการ รถ Shuttle Bus โดยสารฟรี, บริการรถเข็นเด็ก และ บริการรถเข็นสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุฟรี เป็นต้น
นายไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ กล่าวว่า “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” นับเป็น พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตระดับเวิลด์คลาสแห่งแรกในเมืองไทย โดยเรามุ่งมั่นนำประสบการณ์ “พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต” อย่างแท้จริงมาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดย “พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต” เป็นเครื่องหมายการค้าสิทธิบัตรเฉพาะของไซม่อน ผู้สร้างสรรค์พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่ เปี่ยมศักยภาพในด้านเศรษฐกิจและเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และล่าสุด การเปิด “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 1,000 อัตรา สร้างสีสันใหม่ให้วงการรีเทล      เปิดประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และยังตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก และเรายังมีเป้าหมายที่จะสร้าง Shared values ที่จะก่อให้เกิดการสานประโยชน์ร่วมกันแบบบูรณาการแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาคเศรษฐกิจ, ภาคการท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อีกทั้งยังร่วมกับกับพันธมิตรการท่องเที่ยวในละแวกใกล้เคียง เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวสำคัญแห่งใหม่ของประเทศไทย”
นอกจากนี้ “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ” ดำเนินมาตรการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัย ซึ่งสอดรับกับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล โดยจัดให้มีมาตรการการเช็คอินและเช็คเอาท์ ผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ ตรวจวัดอุณหภูมิ รวมถึงจุดให้บริการเจลล้างมือแอลกอฮอลล์ รวมถึงพนักงานผู้ให้บริการจะสวมมาส์กและรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด รวมถึงการกำหนดจำนวนผู้มาใช้บริการให้เป็นไปตามมาตรการ   เว้นระยะห่างของภาครัฐอย่างเข้มงวด
“สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ”  เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น. เดินทางได้อย่างสะดวกสบายเพียง 15 นาทีจากสนามบินสุวรรณภูมิ  หากเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจากใจกลางกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี กม.23 ทางออก 5 ลาดกระบัง หรือ ใช้บริการรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน ถึง  “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ”  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถชมได้ที่ www.siampremiumoutlets.com  หรือ โทร. 02-082-8998

เกี่ยวกับไซม่อน
ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป คือ  หนึ่งในบริษัทผู้นำซึ่งเป็นเจ้าของโครงการระดับโลกที่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการ ช้อปปิ้ง ไดน์นิ่ง  ความบันเทิง  และโครงการมิกซ์ยูส  และเป็นหนึ่งในบริษัทที่อยู่ในดัชนี S&P100 (SIMON PROPERTY GROUP, NYSE:SPG) มีโครงการอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือยุโรปและเอเชีย  นำเสนอพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนนับล้านๆ ในทุกวันและสร้างยอดขายเป็นพันๆ ล้านในแต่ละปี

เกี่ยวกับไซม่อน พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต

ไซม่อน พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต นำเสนอแบรนด์ดังในราคาสุดคุ้มค่า มีทั้งแบรนด์ลักซ์ชัวรี่, แบรนด์จากดีไซเนอร์    ชั้นนำ รวมถึงเครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน ไซม่อน พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตในสหรัฐอเมริกา, เปอร์โตริโก้, แคนาดา, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย เม็กซิโก และเกาหลีใต้ นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งของผู้คนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยพรีเมี่ยม เอาท์เล็ตที่มีความโดดเด่นมากที่สุด ได้แก่ Woodbury Common Premium Outlets นิวยอร์ค, Orlando International Premium Outlets, Desert Hills Premium Outlets, Las Vegas North Premium Outlets และ Wrentham Village Premium Outlets ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook, Twitter และ Instagram

เกี่ยวกับสยามพิวรรธน์

สยามพิวรรธน์เจ้าของและผู้บริหารโครงการค้าปลีกระดับโลก อาทิ ศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม ได้แก่ สยามพารากอนสยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองสัญลักษณ์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 54,000 ล้านบาท สยามพิวรรธน์คือผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัยในวงการผู้พัฒนาจุดหมายปลายทางค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ระดับโลก และได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำระดับโลกต่างๆ ให้สยามพิวรรธน์เป็นที่หนึ่งหากต้องการมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเป็นเลิศในสิ่งที่ทำโครงการต่างๆ ของสยามพิวรรธน์คว้ารางวัลระดับโลกมากมายซึ่งรวมถึงรางวัลโครงการที่ดีที่สุดในโลก (BEST STORE IN THE WORLD) และรางวัลการออกแบบโครงการที่ดีที่สุดในโลก (BEST STORE DESIGN IN THE WORLD) จาก 2 สมาคมค้าปลีกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกและได้รับการจัดอันดับเป็นสถานที่ที่คนพูดถึงบน FACEBOOK มากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลกสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ WWW.SIAMPIWAT.COM
Share:

Fanpage :: FABCE BOOK

Contact Us :: Tel 081-434-5154

Growupthailand89@gmail.com

Add Line Click

บทความที่ได้รับความนิยม

Follow by Email

ป้ายกำกับ

ที่เก็บของบล็อก