ติดตาม ความเคลื่อนไหวทั่วไปของไทยแลนด์ ในยุค 4.0 ได้ที่นี่

  • This is default featured slide 1 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 2 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 3 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 4 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

  • This is default featured slide 5 title

    Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by NewBloggerThemes.com.

สังสรรค์วันคล้ายวันเกิด​ "เอิร์ธ สายสว่าง"

เอิร์ธ สายสว่าง จัดงานเลี้ยงสังสรรค์
 เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 

โดยมีศิลปินดารานักแสดงและเซเลบริตี้ชื่อดัง อาทิ ดร. จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา, วิโรจน์ ควันธรรม, เพื่อนจากสถาบันวิทยาการธรรมศาสตร์เพื่อสังคม และเพื่อนผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงธรรมศาสตร์เพื่อสังคม ....

พร้อมทั้ง ดารานักร้องนักแสดงชื่อดัง ชรัส เฟื่องอารมย์, ชมพู ฟรุตตี้, แมน-วทัญญู มุ่งหมาย, บดินทร์ ดุ๊ก,  โจแอน บุญสูงเนิน มาสร้างสีสันให้ความบันเทิงอย่างสนุกสนาน และร่วมแสดงความยินดี ที่สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.อ.)


Share:

สังสรรค์วันคล้ายวันเกิด เอิร์ธ สายสว่าง สุดชิค สไตล์อินเดีย ร้านอินดัส สุขุมวิท 26

เอิร์ธ สายสว่าง  จัดงานวัน คล้ายวันเกิด  โดยมี....คุณสิธ เซกาล  (Sid  Sehgal)เจ้าของร้านอาหารอินเดีย อิสดัส (สุขุมวิทซอย 26 )  มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด โดยมีศิลปินดารานักแสดง อาทิ ชรัส เฟื่องอารมย์, ชนานา นุตาคม โดยมี Mr. Yashpal Thakur ผู้จัดการร้าน ให้การต้อนรับ พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารอินเดียจาก ลุ่มน้ำสินธุประเทศอินเดียถูกปากคนไทย 

เริ่มจาก เมนูเรียกน้ำย่อย สไตล์ปิ้งย่าง แบบอินเดีย ที่เรียกว่า อาหารทันดูรี ไปจนถึงเมนูอาหาร main course ยอดนิยม เช่น  ข้าวหอมมาบาสมาติไก่, ผักโขมสับไส้ครีม, แกงกระหรี่เนื้อแพะรสเข้มข้น เสิร์ฟมาพร้อมกับแป้งนานหลากชนิดที่รังสรรค์มาจาก Ganesh Yadav-( Executive Sous Chef ) ท่ามกลางบรรยากาศหรูสไตล์อินเดียที่ร้านอาหารอินดัส ซอยสุขุมวิท 26

Share:

Binance Charity ร่วมมือกับสภากาชาดในการบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจน จำนวน 10 เครื่อง เพื่อช่วยเหลือประเทศไทยต่อสู้กับโรค COVID-19


จากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องในไทย ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อไว้รัสโควิด-19 เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น  สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการป่วยหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายโรงพยาบาลมีความต้องการเครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง (High flow) เพื่อนำมาใช้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ 

"Crypto Against COVID" เป็นโครงการที่ Binance Charity ได้ร่วมมือกับสภากาชาดไทยเพื่อส่งมอบเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง AIRVO 2 จำนวน 10 เครื่องให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาท โดยเครื่องมือแพทย์เหล่านี้เป็นทรัพยากรสำคัญในการรักษาและช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 เป็นอย่างมาก

 “คริปโตและบล็อกเชนเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการต่อสู้กับโควิด-19 ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาระดับโลกที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากเทคโนโลยีที่สามารถช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 แล้วก็ยังมีชุมชนที่อยู่เบื้องหลังวงการคริปโตและบล็อกเชนที่รวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้อีกด้วย เราขอส่งกำลังใจให้คนไทยและจะขอยืนเคียงข้างทุกคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ให้ผ่านไปด้วยกัน” Helen Hai หัวหน้าระดับสูง Binance Charity กล่าว

Binance Charity ได้เปิดตัวแคมเปญ Crypto Against COVID ในเดือนมกราคม 2020 เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ประสบกับภาวะโรคระบาด นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Binance Charity ได้บริจาคผ่านแคมเปญดังกล่าวไปแล้วกว่า 5.5 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือผู้คนในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ใน 41 ประเทศทั่วโลก

ในปีนี้ ความพยายามของ Crypto Against COVID ยังคงดำเนินต่อไปด้วยการบริจาคให้กับประเทศอินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม โดยในเดือนพฤษภาคม Binance Charity ได้ส่งออกซิเจนเหลว 2 ถังใหญ่ไปยังประเทศอินเดีย และล่าสุดได้บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 100,000 ชิ้นพร้อมทั้งเครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU จำนวนกว่า 50 เครื่อง นอกจากนี้ยังได้บริจาคออกซิเจนเหลว 2 ถังใหญ่รวม 40,000 ลิตร ซึ่งมีปริมาณเท่ากับ 5,000 ถังให้กับประเทศอินโดนีเซีย อีกทั้งยังได้บริจาคเครื่องมือ PCR ซึ่งสามารถใช้ในการตรวจโควิดได้ถึง 400 รายการต่อวันให้กับประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้ Binance Charity ได้ร่วมมือกับ UNICEF บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนโครงการ COVAX ซึ่งเป็นโครงการวัคซีนคุณภาพระดับสากลขององค์กรสหประชาชาติและเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป้าหมายของเราภายในสิ้นปี 2021 คือการช่วยส่งมอบวัคซีนที่ COVAX ให้กับผู้คนกว่า 250,000 คนใน 11 ประเทศ อันได้แก่ กานา ไนจีเรีย เคนยา ยูกันดา อียิปต์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม บังคลาเทศ ยูเครน และบราซิล


เกี่ยวกับ Binance Charity

Binance Charity เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่อุทิศตนเพื่อความก้าวหน้าของการกุศลที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลก Binance Charity มีเป้าหมายที่จะยกระดับองค์กรการกุศลโดยการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการบริจาคที่โปร่งใส 100% ที่สร้างจากบล็อกเชน โครงการนี้ยังต้องการสร้างอนาคตที่มีการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อต่อสู้กับความยากจนและความเหลื่อมล้ำในทุกรูปแบบ อีกทั้งส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและมุ่งมั่นที่จะมอบความช่วยเหลือให้กับทุกคน จนถึงปัจจุบัน Binance Charity ได้ให้การสนับสนุนกับผู้รับผลประโยชน์กว่า 1 ล้านคนผ่านโครงการต่างๆ มากมาย

 



Share:

รมว.พม. สั่งตรวจสอบโครงการ “เราชนะ” ของผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ หลังพบทุจริตที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

วันนี้ (14 ต.ค. 64) เวลา 13.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า จากกรณีการนำเสนอข่าวการทุจริตโครงการ “เราชนะ” ของผู้ใช้บริการ ในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ โดยได้นำผู้รับบริการเปิดลงทะเบียนโครงการเราชนะ ทั้งหมดจำนวน 243 คน ทราบว่าขณะนั้นผู้กระทำผิดเป็นพนักงานจ้างเหมาตำแหน่งผู้ดูแล ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ดำเนินการให้พนักงานคนดังกล่าวออกจากงาน และดำเนินคดีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2564 

นายจุติ กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ในการกระทำของอดีตพนักงานรายดังกล่าว พบว่า ได้นำเลขประตัวประชาชนของผู้ใช้บริการไปใช้แสวงหาประโยชน์จากโครงการเราชนะ โดยต่อมาพบว่า มีผู้เสียหายทั้งหมด 156 คน ยอดมูลค่าความเสียหาย 665,923 บาท ขณะนี้ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ เร่งรัดการดำเนินคดี พร้อมทั้งได้มีคำสั่งย้ายผู้บริหาร พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ตนอยากส่งสัญญาณว่า เราต้องปัดกวาดบ้านเราเอง เข้มงวดไม่ให้มีเรื่องเกิดขึ้นในกระทรวง พม. และตนขอยืนยันว่าจะจัดการเด็ดขาด ต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งวันนี้ หลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งต้องระดมฝ่ายตรวจสอบภายใน และผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. ทั้งหมดไปตรวจดูสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้ง 11 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลุดจากระบบอีก 

นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า  อย่างไรก็ตาม ผู้กระทำความผิดเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ ในขณะเดียวกันต้องไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบว่า ผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชานั้นต้องควบคุมลูกน้องให้สามารถทำงานได้ ฉะนั้นต้องดูว่ากรอบความคิด จิตสำนึก ต้องไม่มีคนไม่สุจริตอยู่ในกระบวนการช่วยเหลือประชาชน ต้องกำจัดออกไปให้หมดอย่างเด็ดขาด และรวดเร็ว ซึ่งตนไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ขณะนี้เราได้เข้าไปตรวจสอบสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้ง 11 แห่ง เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นอีก โดยได้หารือกับผู้บริหารกระทรวง พม. ว่ามีพฤติกรรมใกล้เคียงกันแบบนี้อีกหรือไม่ เพราะผู้ที่กระทำผิด อาจจะเป็นบุคคลที่มีเจตนาไม่สุจริตตั้งแต่ต้น

Share:

“ตามรอยพ่อฯ” จับมือพันธมิตรช่วยน้ำท่วมและโควิดในจังหวัดสระบุรี

ขยายผลแคมเปญ “รวมพลังสู้โควิด-19” สู่การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก

​โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) ปี 9 นำโดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และพันธมิตร ขยายผลแคมเปญ “รวมพลังสู้โควิด-19” จากการรับมือวิกฤตโควิด-19 สู่การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในลุ่มน้ำป่าสักพื้นที่ จ.สระบุรี โดยร่วมกับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ และศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา โคกนาศัย ด้วยการส่งมอบชุดยังชีพ น้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า และชุดดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่พักรักษาตัวที่บ้าน หรือกล่องกรีนบ็อกซ์ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของเครือข่ายลุ่มน้ำป่าสัก ที่นอกจากจะสามารถพึ่งตนเองได้ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ยังเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นในภาวะวิกฤตได้อีกด้วย

สู้ทุกวิกฤตด้วยศาสตร์พระราชาและพลังสามัคคี

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติกล่าวว่า “ขณะที่วิกฤตโรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 ยังไม่ทันผ่านพ้นไป ก็เกิดอุทกภัยใหญ่ขึ้นมาอีก สร้างผลกระทบแก่ประชาชนกว่า 300,000 ครัวเรือนใน 32 จังหวัด ซึ่งเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความเตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ที่ว่า ’สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ พร้อมทรงวาดภาพระเบิด 4 ลูกล้อมรอบประเทศไทยอยู่ ซึ่งถึงวันนี้ประจวบเหมาะพอดีกับสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบิด 4 ลูก หมายถึงวิกฤต 4 ด้านที่เรากำลังเผชิญอยู่ คือ วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง จะเห็นได้ว่าทรงคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทรงเตือนคนไทยล่วงหน้าหลายปีเพื่อให้เตรียมพร้อมระวังภัย และได้พระราชทานศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยปฏิบัติเพื่อพึ่งพาตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อเป็นทางรอดจากทุกวิกฤตดังกล่าว

โดยเฉพาะลุ่มน้ำป่าสักมีความลาดชันสูง จัดการยาก โครงการจึงเร่งรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักหาวิธีเก็บน้ำไว้ใช้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นตุ่ม แท็งก์ ปลูกไม้ใหญ่เพราะรากไม้จะช่วยขุดดินลึกลงไปหลายสิบเมตร เป็นแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติอย่างดี ใครมีที่ดินก็ทำโคกหนองนา ขุดบ่อขุดหนองและนำดินมาถมให้สูงเป็นโคกเพื่อทำที่อยู่อาศัย ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในหนองก็ปลูกข้าว เลี้ยงปลา จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ก็ได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า พื้นที่โคกหนองนาตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีพื้นฐานปัจจัย 4 ครบ ทั้งอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ทำให้คนมีฐาน 4 พอที่มั่นคง คือ พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น และยังสามารถแบ่งปัน สร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไร ก็สามารถอยู่รอดและยังช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย”

รวมพลังเครือข่ายสู้น้ำท่วม

นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา ผู้จัดการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมา โครงการตามรอยพ่อฯ ได้เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งการรับมือวิกฤตครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวไทยบนเว็บไซต์และเฟซบุ๊คเพจของโครงการตามรอยพ่อฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่การลงมือปฏิบัติ อันจะเป็นเกราะป้องกันจากวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยมีแคมเปญ ‘รวมพลังสู้โควิด-19’ เป็นกิจกรรมล่าสุด ซึ่งโครงการตามรอยพ่อฯ ได้ทำงานร่วมกับศูนย์ช่วยโควิด-19 ของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติรวม 19 แห่งทั่วประเทศจัดคาราวาน ‘รวมพลังสู้โควิด-19’ แจกตะกร้าปันสุข ชุดต้มและน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า และกล่องกรีนบ็อกซ์ (Home Isolation Green Box) ซึ่งเป็นชุดดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยสีเขียวที่พักรักษาตัวที่บ้านไปเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี หลังจากดำเนินกิจกรรมไปไม่นาน พายุ ‘เตี้ยนหมู่’ ที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกันยายนทำให้ฝนตกหนักเกิดน้ำท่วมฉับพลันเกือบทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก จังหวัดสระบุรี เราจึงขยายขอบเขตการดำเนินงานของแคมเปญรวมพลังสู้โควิด-19 ด้วยการส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วยชุดยังชีพ (ข้าวสาร น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำปลา เทียนไข ไฟแช็ค) 500 ชุด น้ำยาอเนกประสงค์ 500 ชุด สบู่เหลวสมุนไพร 500 ชุด ครีมแก้น้ำกัดเท้า 500 ตลับ อาหารปรุงสุก 700 ชุด น้ำดื่ม 700 ชุด และชุดดูแลตนเองป้องกันโควิด-19 (กล่องกรีนบ็อกซ์ น้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า) โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ ต.หนองโน อ.เมือง จ.สระบุรี โดยนายบุญล้อม เต้าแก้ว ที่ช่วยประสานการดำเนินงานและส่งความช่วยเหลือ และศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา โคกนาศัย ต.ม่วงงาม อ.เสาไห้ จ.สระบุรี โดยนางสาววนิดา ศรีเม่น (กำนันไก่) เป็นศูนย์ดำเนินงานช่วยเหลือ โดยศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา โคกนาศัย นับเป็นโคกหนองนาแห่งแรกของโครงการตามรอยพ่อฯ ตั้งแต่ปีที่ 1 (พ.ศ.2556) ทั้งยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ว่าศาสตร์พระราชาแก้วิกฤตได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน นายบุญล้อม เต้าแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนล้อมศรีรินทร์ กล่าวถึงรายละเอียดของพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักในจังหวัดสระบุรีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่า “ผมมีโอกาสได้ทำงานครั้งแรกกับอาจารย์ยักษ์เมื่อครั้งมหาอุทกภัย ปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ จึงได้นำสิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานกับอาจารย์ยักษ์มาใช้ในการรับมือกับอุทกภัยในครั้งนี้ ทั้งการวางแผน การจัดทัพ การวางงาน ใครมีหน้าที่อะไร โดยต้องประเมินสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ได้ก่อน แล้วจัดตั้งศูนย์ประสานงานความช่วยเหลือขึ้นบนพื้นที่ของเครือข่ายที่ไม่ได้รับผลกระทบและอยู่ใกล้กับพื้นที่น้ำท่วม 

จากนั้นให้เครือข่ายที่อยู่ในจุดที่น้ำท่วม ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ว่า น้ำท่วมสูงแค่ไหน มีกี่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ อพยพไปอยู่ตรงจุดไหน วิกฤตที่เจอมีอะไรบ้าง และคนที่ออกมาแล้วมีกี่คน ผู้ชายกี่คน ผู้หญิงกี่คน เด็กกี่คน มีคนป่วยไหม เพื่อที่เราจะได้เตรียมความช่วยเหลือเข้าไปอย่างเหมาะสม หากจะต้องมีการขนย้ายอย่างเร่งด่วน เราก็จะประสานหน่วยงานเพื่อจะเอาเรือเข้าไปรับออกมา ณ พื้นที่อพยพชั่วคราวที่เตรียมไว้

เมื่อคนมารวมตัวกันเยอะๆ เราก็ต้องเตรียมเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และยา ให้พรั่งพร้อม เพราะเรากำลังเผชิญวิกฤตวิด-19 อยู่ด้วย โดยเราได้เตรียมยาสมุนไพรต่างๆ ยาทั้งน้ำสมุนไพร 7 นางฟ้า หน้ากากอนามัย ยาหยอดจมูก และถุงยังชีพเพื่อแจกผู้ประสบภัย นอกจากนี้เรายังเตรียมทำน้ำยาเอนกประสงค์ เพื่อใช้ชำระล้างจานล้างถ้วย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติไม่มีสารเคมี จึงไม่ทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่เน่าเสีย นอกจากนั้น การปฏิบัติตามแนวทางศาสตร์พระราชาได้สร้างประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ โดยไม่เพียงทำให้เราช่วยเหลือตนเองได้ แต่ยังส่งผลให้เรามีแหล่งวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างไม่ขาดแคลน และเมื่อเครือข่ายของเราทั้งในสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเช่น นครนายก ทราบเรื่อง ก็ส่งอาหารต่างๆ มาสมทบอีกแรงด้วย”  

นางสาววนิดา ศรีเม่น (กำนันไก่) ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา โคกนาศัย ต.ม่วงงาม อ.เสาไห้ ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอีกแห่งหนึ่งของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า “มีความภาคภูมิใจที่เป็นเครือข่ายโครงการตามรอยพ่อฯ และตัดสินใจลงมือปฏิบัติตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ขุดโคกหนองนาที่แรกของโครงการนี้ เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2556) ถึงวันนี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนที่เคยไม่เชื่อแล้วว่า โคกหนองนาแห่งนี้ได้ช่วยให้เราสามารถพึ่งพาตนเองได้ในภาวะวิกฤตไม่ว่าจะโรคระบาดหรือน้ำท่วมและยังช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากวิกฤตได้อีกด้วย”

​ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญ “รวมพลังสู้โควิด-19” ในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือ https://ajourneyinspiredbytheking.org

เกี่ยวกับโครงการพลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องก้าวเข้าสู่ปีที่ 9

Share:

ฟรีแลนซ์ ได้เงินไม่ประจำ ก็สามารถสร้าง เงินบำนาญ ปีละ 1 ล้านได้

 

ช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นหลายคนมีการเปลี่ยนอาชีพกันหลากหลาย หลายคนผันตัวเองมาทำงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์ และสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพใหม่ อาจจะยังไม่สามารถบริหารรายได้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะบางทีก็รับงานเป็นครั้งๆ เป็นโปรเจค เป็นรายเดือน หรืออย่างการค้าขายออนไลน์ก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตจะได้เงินเท่าไหร่ ซึ่งก็จะเป็นปัญหาตามมาว่า แล้วจะวางแผนการเงินอย่างไร หรือถ้าจะซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ก็ยังแอบกังวลว่าแล้วอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีเงินจ่ายไหม 

ดังนั้นวันนี้ TIPlife จึงอยากมาแนะนำ TIPlife Smart Pension 90/2 ประกันชีวิตบำนาญ ที่จ่ายเบี้ยเพียง 2 ครั้ง แล้วไปรอรับบำนาญได้เลย ซึ่งการจ่ายเงิน 2 ปี ทำให้เราสามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น ถ้าช่วงไหนมีงานเข้ามาปีนี้และปีหน้ามากๆ เราก็เลือกแผนที่จ่ายมาก หรือถ้าปีนี้และปีหน้ามีรายได้น้อย ก็เลือกแผนที่จ่ายน้อยได้ ทำให้เรามีอิสระในการวางแผนมากขึ้นนั้นเอง 

ถ้าอยากจะสร้างเงินบำนาญปีละล้าน TIPlife ก็ขอยกตัวอย่างของ นายก เพศชาย อายุ 35 ปี เลือกซื้อประกัน TIPlife Smart Pension 90/2 จ่ายเบี้ยประกันปีละ 890,270 บาท รวมชําระเบี้ยประกันภัยรวม 1,780,540 บาท รับเงินบํานาญ 15% ของจํานวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่อายุ 60-90 ปี ปีละ 150,000 บาท ดังนั้นถ้าซื้อแบบนี้วนไป 7 ครั้ง ก็จะสามารถสร้างเงินบำนาญปีละ 1,050,000 บาทได้ครับ ใช้ระยะเวลา 14 ปี ก็สามารถเป็นฟรีแลนซ์ที่สามารถสร้างเงินบำนาญปีละล้านได้แล้วครับ 

🔸 TIPlife Smart Pension 90/2 ประกันชีวิตบำนาญ เหมาะสำหรับคนที่วางแผนชีวิตในระยะยาว ชำระเบี้ยระยะสั้น มีเงินใช้หลังเกษียณ รับเงินบำนาญสูงสุดปีละ 15% แถมยังใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000* บาท สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจและไม่ต้องตอบปัญหาสุขภาพ

คลิ๊ก

https://bit.ly/TIPLIFESmartPension90-2

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

* เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรกำหนด

#TIPlife #ThePowerBesideYou 
#พลังที่เคียงข้างคุณตลอดไป #ทิพยประกันชีวิต
#ContentProduct #SmartPension

Share:

Fanpage :: FABCE BOOK

Contact Us :: Tel 081-434-5154

Growupthailand89@gmail.com

Add Line Click

บทความที่ได้รับความนิยม

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก